ไฝน้ำตาในเรื่องเล่าไทย
ใครมีไฝใต้ตามักถูกเรียกเล่น ๆ ว่ามีไฝน้ำตา คำนี้มีทั้งความเอ็นดูและความหยอกเย้า ตำราไฝเล่าว่าเป็นคนอ่อนไหว เห็นอกเห็นใจง่าย ตื้นตันกับเพลงเศร้า และมักมีความรักที่ลึกซึ้งแต่ต้องเรียนรู้เรื่องใจ
ฟังแล้วอาจดูเป็นภาระ แต่คนอ่านยุคใหม่มักมองว่าความอ่อนไหวคือพรสวรรค์ของคนทำงานศิลปะ นักเขียน หรือผู้ดูแลคน ไม่ได้เป็นข้อเสีย
ซ้ายขวาและชายหญิงตามคำเล่า
บางบ้านว่าไฝใต้ตาซ้ายเกี่ยวกับความรักที่ผ่านเข้ามา ส่วนตาขวาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว บางบ้านก็ว่าสลับกัน บางบ้านดูตำแหน่งใกล้หางตาแยกต่างหากว่าเป็นคนเสน่ห์แรง
ผู้หญิงที่มีไฝใต้ตาถูกเล่าว่าดูเศร้าสวย ผู้ชายถูกเล่าว่าดูอบอุ่นและน่าไว้ใจ ทั้งสองแบบเป็นภาพจำจากละครและเพลงมากพอ ๆ กับตำรา
ทำไมถึงเป็นไฝยอดนิยมในหน้าตา
ช่วงหลังมีคนหลายคนใช้อายไลเนอร์จุดไฝเทียมใต้ตาเป็นแฟชั่น เพราะรู้สึกว่าดูมีเสน่ห์ ทั้งที่ตำราเก่าเคยเล่าไปในทางเศร้า แสดงว่าความหมายของไฝเปลี่ยนไปตามรสนิยมของยุคสมัย
เพื่อนบางคนเล่าว่าถูกทักว่าตาแฉะหรือเศร้าเพราะไฝนี้ แต่พอรู้จักกันแล้วกลับเป็นคนร่าเริงมาก ตัวอย่างนี้เตือนว่ารูปร่างหน้าตาไม่ได้บอกนิสัยของใคร
ผิวใต้ตากับการสังเกต
ผิวใต้ตาบางและบอบช้ำง่ายจากการขยี้ ไฝที่นี่อาจดูคล้ำขึ้นเพราะอดนอนหรือแพ้เครื่องสำอาง จึงควรแยกว่าเป็นสีคล้ำชั่วคราวหรือไฝเปลี่ยนจริง ถ้าไฝโตขึ้น ขอบไม่ชัด หลายสี มีแผล หรือคัน ให้ไปพบแพทย์ผิวหนัง
ไม่ควรกดหรือบีบไฝเพราะคิดว่าเป็นสิวหรือติ่งเนื้อ ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
ไฝใต้ตาทำให้ขี้แยจริงหรือไม่
ไม่จริง เป็นเพียงภาพที่ตำราและละครเล่าสืบกันมา นิสัยขึ้นกับประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน
ไฝน้ำตาเกี่ยวกับความรักไหม
ตำราบางเล่ากล่าวถึงเรื่องรักและความอ่อนไหว แต่เป็นสำนวนความเชื่อ ไม่ใช่การคาดการณ์ชีวิตคู่
ไฝใต้ตาเกิดใหม่ตอนโตผิดปกติไหม
เกิดได้ แต่ถ้าดูต่างจากไฝอื่นหรือเปลี่ยนเร็ว ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจเพื่อความสบายใจ