ในบทความนี้
หินก่อสร้างที่กลายเป็นหินมงคล
ลาร์วิไคต์เป็นหินอัคนีที่ชาวนอร์เวย์ขุดมาใช้ปูอาคารและทางเดินในหลายประเทศ ผิวสะท้อนแสงเป็นประกายน้ำเงินเพราะเฟลด์สปาร์ในเนื้อหินมีแผ่นซ้อนกัน เหมือนลาบราโดไรต์ในรูปแบบมืดกว่า
ต่อมาจึงมีผู้นำชิ้นเล็กมาขัดเป็นลูกปัด ก้อนกลม และจี้ จนเข้าสู่ตลาดหินมงคล
การดูหินปูพื้นที่ใช้ในห้างหรืออาคารบางแห่งก็อาจเจอลาร์วิไคต์ในรูปแผ่นหินขัดมัน เห็นประกายน้ำเงินเมื่อเดินผ่านแสงไฟ ซึ่งเป็นหินเดียวกับที่นำมาทำลูกปัดขนาดเล็ก
ความหมายแบบเงียบ ๆ
สีเทาเข้มและประกายเงียบ ๆ ทำให้คนสายมูมักเปรียบลาร์วิไคต์กับท้องฟ้ายามค่ำที่มีดาวระยิบ จึงเชื่อมโยงกับความสงบและสมาธิ เหมาะกับห้องทำงานหรือมุมอ่านหนังสือ
ทั้งนี้เป็นเพียงภาพเปรียบเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้มีผลต่อสมาธิจริง ๆ
แยกจากหินเทียมและหินย้อม
ลูกปัดสีเทาเข้มประกายน้ำเงินที่ราคาถูกอาจเป็นหินอื่นย้อมหรือเคลือบ เช่น ลาบราโดไรต์คุณภาพต่ำ หรือหินอัคนีทั่วไปที่ติดฟิล์มเมทัลลิก ลาร์วิไคต์แท้มีเกล็ดประกายกระจายเป็นหย่อมในเนื้อหินและเปลี่ยนตามมุม
เทียบเม็ดหลายเม็ดเพราะแต่ละเม็ดควรมีรูปแบบประกายต่างกัน
ใส่ทุกวันได้แค่ไหน
เป็นหินแข็งพอประมาณ ใช้ทำกำไลได้ดี แต่ก็แตกหรือบิ่นได้เมื่อตก ควรเก็บแยกจากหินที่แข็งกว่าอย่างควอตซ์ และเลี่ยงการกระแทก
เมื่อต้องเลือกซื้อ ควรสังเกตว่าลูกปัดแต่ละเม็ดมีเกล็ดประกายกระจายตัวและเปลี่ยนตามมุมจริง หากเม็ดเดียวมีประกายสม่ำเสมอเท่ากันทั้งเม็ดอาจเป็นของเคลือบ
เก็บลูกปัดลาร์วิไคต์
- ผ้านุ่มชื้นน้อย ๆ เช็ดคราบได้
- ล้างด้วยสบู่อ่อน ๆ แล้วเช็ดให้แห้งสนิท
- เก็บในถุงผ้า แยกชิ้น
- เปลี่ยนสายร้อยปีละครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ลาร์วิไคต์ต่างจากลาบราโดไรต์อย่างไร
ลาบราโดไรต์ประกายสีสดหลากหลายกว่า ส่วนลาร์วิไคต์ประกายน้ำเงินเงินคงที่และพื้นสีเข้มกว่า
ล้างน้ำได้หรือเปล่า
ได้ แต่ควรเช็ดแห้งทันทีเพื่อไม่ให้ผิวหมอง
เหมาะกับเป็นของตกแต่งไหม
เหมาะ ก้อนขนาดฝ่ามือวางบนโต๊ะทำงานดูเรียบหรูและไม่ฉูดฉาด